จากดาวยิงตัวท็อป สู่มือกาวหนึบ ควีวิน เคลเลเฮอร์ แห่งทัพหงส์แดง

ควีวีน โอราน เคลเลเฮอร์ (Caoimhín Odhrán Kelleher) เกิดวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ.1998 เป็นนักฟุตบอลชาวไอริช ปัจจุบันเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู ให้กับสโมสรลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก

ชื่อของ ควีวิน เคลเลเฮอร์ กลายเป็นที่คุ้นหูของแฟนบอลหงส์แดง หลังจากเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2020 เขาได้รับโอกาสจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ให้ลงสนามใน ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ในเกมที่พบกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม แทนที่ อลิสซอน เบคเกอร์ ที่ในตอนนั้นมีอาการบาดเจ็บ ซึ่งนั่นเป็นการลงสนามครั้งแรกของ เคลเลเฮอร์ ในฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่

โดยผลการแข่งขันในเกมนั้นเป็นทัพลิเวอร์พูล ที่เฉือนเอาชนะ อาแจ็กซ์ ไปด้วยสกอร์ 1-0 ซึ่งในเกมนี้ เคลเลเฮอร์ ในวัย 21 ปี โชว์สกิลเซฟสวยๆ ได้ถึง 4 ครั้ง และการเก็บคลีนชีทในเกมนี้ ได้เปลี่ยนอนาคตของเขาในถิ่นแอนฟิลด์ไปตลอดกาล เพราะหลังจากนั้นกลายเป็นว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจให้ เคลเลเฮอร์ ปรับขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือสองของทีม แทนที่ นายด่านชาวสเปน อาเดรียน

แต่ถ้าย้อนกลับไปในวัยเด็ก เคลเลเฮอร์ คือหนึ่งในกองหน้าดาวรุ่ง ที่น่าจับตามองคนหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชน ของไอร์แลนด์ ซึ่งในตอนนั้นเขาได้เล่นให้กับทีม ริงมาห์น เรนเจอร์ส พร้อมด้วยสถิติการยิงประตูเฉลี่ยมากถึง 20-30 ประตู ต่อฤดูกาล จนเมื่อเขาอายุได้ 14 ปี เคลเลเฮอร์ ได้เจอกับจุดพลิกผัน เอ็ดดี้ แฮร์ริงตัน อดีตโค้ชของเคลเลเฮอร์ ในทีมริงมาห์น เรนเจอร์ส เปิดเผยกับ PunditArena สื่อกีฬาชั้นนำของไอร์แลนด์ เมื่อปี 2019 ว่า “ตอนนั้นผู้รักษาประตูของเราตัดสินใจที่จะเลิกเล่นฟุตบอลด้วยเหตุผลบางอย่าง จากนั้น เรย์ คุณพ่อของ เคลเลเฮอร์ ก็โทรศัพท์มาหาผมในคืนหนึ่ง เพื่อแนะนำว่า ‘คุณจะเห็นด้วยกับผมไหม ถ้าให้ ควีวิน ไปเป็นผู้รักษาประตู’ “

“วันนั้นผมรู้สึกแปลกใจว่าเขาคิดอะไรของเขาอยู่ เพราะตอนแรกผมเองก็เสียดาย หากต้องให้เอลเลเฮอร์ ดาวยิงคนสำคัญของเราเปลี่ยนตำแหน่ง แต่พ่อของเขายังย้ำนักย้ำหนาว่า ‘ให้โอกาสเขาได้ลองสักนิดหน่อยน่า แล้วเดี๋ยวเรามาดูกัน’ ก่อนที่เราจะส่งเขาลงไปทำหน้าที่เฝ้าเสาตามคำเรียกร้อง”  จากนั้น “และเพียงแค่เกมแรกที่พบกับ สปริงฟิลด์ แรมเบลอร์ส ในบ้านของเราเอง ควีวิน ก็เจอการรับน้องทันที ด้วยการโดนคู่ต่อสู้ยิงลูกข้ามหัวเข้าประตูไป จากลูกเปิดด้านข้างแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน แต่เขาก็ยังไม่เสียขวัญ ก่อนที่จะค่อยๆ  แสดงให้เห็นถึงความฉลาด และมีสติในการเล่น และยังคงยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูเรื่อยมา โดยไม่เคยกลับไปเป็นกองหน้าอีกเลย”

จากที่เคยเป็นศูนย์หน้าจอมล่าทะลวงตาข่ายของ ริงมาห์น เรนเจอร์ส ในศึก “คอร์ก เคนเนดี้ คัพ” การแข่งขันฟุตบอลนักเรียนที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าดาวรุ่งไฟแรงฝีเท้าจัดจ้าน มารวมตัวกันมากที่สุดของไอร์แลนด์ และเพียงแค่ 4 เดือนให้หลัง เคลเลเฮอร์ ก็ย้ายตำแหน่งทำการจากที่เคยจบสกอร์สวยๆ อยู่หน้าปากประตูคู่แข่ง ก็ผันตัวมายืนเป็นปราการด่านสุดท้ายที่หน้าปากประตูของทีมตัวเอง

เคลเลเฮอร์ ในวัย 16 ปี มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนได้เล่นให้กับทีมชาติไอร์แลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เมื่อปี 2015 ในศึกยู-17 ชิงแชมป์ยุโรป ที่บัลแกเรีย ก่อนที่ผลงานของเขาจะเข้าตาแมวมอง จนได้เข้าเซ็นสัญญาเข้าสู่ทีมอะคาเดมีของ ลิเวอร์พูล ในช่วงฤดูร้อนปีนั้นเอง

เคลเลเฮอร์ กับสโมสรลิเวอร์พูล

เคลเลเฮอร์ ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกเมื่อวันที่  25 กันยายน ค.ศ. 2019 ในรายการ อีเอฟแอลคัพ รอบที่สาม นัดที่ลิเวอร์พูล บุกไปเอาชนะ มิลตันคีนส์ดอนส์ ด้วยสกอร์ 2–0

วันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2019 เขาได้ลงเล่นนัดที่สองให้กับสโมสร ในอีเอฟแอลคัพ รอบที่สี่ นัดที่เปิดบ้านพบกับ บิ้กกัน อาร์เซนอล เขาเซฟลูกยิงของดานิ เซบาโยส ในช่วงการยิงลูกโทษ ช่วยให้หงส์แดง เอาชนะในการดวลจุดโทษไปได้  5-4 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ

วันที่  6 ธันวาคม ค.ศ. 2020 เขาได้ลงเล่นนัดแรกให้กับสโมสร ในพรีเมียร์ลีก นัดที่เปิดบ้านพบกับวุลเวอร์แฮมป์ตัน วอนเดอเรอส์ ช่วยให้ลิเวอร์พูลชนะไปได้ ด้วยสกอร์ 4-0

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 ศึกอีเอฟแอลคัพ 2022 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล ได้เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษด้วยสกอร์ 11-10 ช่วยให้ หงส์แดง คว้าแชมป์อีเอฟแอลคัพ สมัยที่ 9 ได้สำเร็จ

เกียรติประวัติ

  • พรีเมียร์ลีก : 2019-2020
  • ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก : 2018–2019
  • ยูฟ่าซูเปอร์คัพ : 2019
  • อีเอฟแอลคัพ : 2021–2022